Medical school 2nd year books review

On the past 2nd year medical school, I was so excited 😆 because … I began to learn more medical-related subjects

Anatomy 

Books

1). Atlas of Human Anatomy (6th Ed), Frank H. Netter, Saunders – optional

41qwpt771il-_ac_ul320_sr246320_

  • I know, this is the first book everyone should have as a medical students, but to be honest I didn’t use much. I prefer googled the pictures or using an Anatomy application more than to open the textbooks. It takes a lot of time. Moreover, all of the pictures is not the real picture, its water color drawing.

2). Gray’s Anatomy for Students – recommended

  • It is a good book. I recommended it. This book has great explanation with easy understandable illustrations. I love it! 😍 It is also the one my school use as reference.

51i5zdm6snl-_sx396_bo1204203200_

3). Clinically Oriented Anatomy by Moore & Dalley, 7th edition – optional 

  • I do not use this book much. The explanation was also great, it has more clinical informations, which I think it is too in-detailed.

51dgt5bsa1l-_sx383_bo1204203200_

4). High Yield Gross Anatomy – recommended 

  • I ❤️ this book. The information is the core thing you really need to know about clinical Anatomy. I use this book as a reference attending the Anatomy competition held in Chiangmai University. I will talk about this later.

51ka5hj1dvl-_sy344_bo1204203200_

5). Grant’s Dissector (15th Ed), Patrick W. Tank, Wolters Kluwer/ Lippincott – recommended 

  • Highly recommended ! This book will definitely help you during Anatomy lab class (dissecting).

51bim5v1p-l-_sx258_bo1204203200_

6). Case files Anatomy – optional 

  • I also read this book before attending the Anatomy competition (mentioned above). This book will review all your concept in both clinical and composition. It does help a lot, if you have time.

case-files-anatomy-2nd-edition-pdf

Application

1).  Essential Anatomy  5 – recommended 

  • I worship youuuuuu, the creators of this app. It costs only $24.99. You need this app in order to understand more. The app gives you 3D pictures and explanation. Or else, you’ll be regret it:)

1200x630bf

2). Complete Anatomy

  • I actually haven’t try this app yet. It costs $49.99. This app is similar to the Essential Anatomy 5 except it provides an additional lectures and moving muscles 💪 animations. It is a new application of the same company as the Essentials. If it invented during my 2nd year, I probably buy this one.

sc552x414
Histology

Actually I began with this book………as teachers reference and it didn’t work for me. I think the core of this subjects is the lab pictures. So what I did is just concentrated during the lectures and lab class coordinately. This subjects is super important for you as a medical students in order to continue in Pathology. So, you have to remember all of the components and functions. Good luck 😉 Histology is Fun!

634645
Biochemistry

I use Lippincott’s Biochemistry. It included easy-to-understand diagrams, clinical information and small MCQs at the end of each chapter. Biochemistry is not that complicated if you can see the whole picture of the cycle and how it related to each others. You don’t need to remember all enzymes in each cycle, just the main one. ☝️Let’s get an A on biochemistry.

lippincott-biochemistry1
Physiology

This is the hardest subjects in this year! I try many methods to learn and understand this subjects.

So what I actually did is watching most of the physiology of Dr.Najeebs videos

535314314_1280x720

I thanked him so much. He is one of an amazing teachers 👨‍🏫 Life saversssss!☺️

I don’t remember how much did I pay, but it’s a life time access.

And after I watched all of his videos, I also review all of the information via BRS Physiology, in which I do not have to waste my time making notes.

This subjects is also the core of being the doctors, all of medical students should rmb and understand all concepts. ❤️

It will be applied in next year pathophysiology subjects….

9781451187953_l

Genetics

It was all about rememberinggggggg!

My teachers did give a lot of info, so I do not need to spend time reading textbooks.

But if you really need one, youtube and google can help you and it saves much more time.

 

 

I wish this posts can help some medical students, feel free to ans all of the questions if you need some help. Good luck and enjoy your medical 2nd year!!!!💕😂

เรียนหมอที่ประเทศจีน?

ทำไมถึงเลือกเรียนหมอที่ประเทศจีน

เหตุผลที่เราเลือกอย่างที่ทุกคนรู้ๆกันแหละ นั้นก่คือสอบไม่ติดแพทย์ที่ไทย 555 เหตุผลต่อมาคือทำไมไม่ซิ่ว หรือไปสอบรังสิตรอบสอง?? นั่นสิ.. ตอนนั้นคิดว่า ค่าเทอมของแพทย์ที่จีนถูกกว่ารังสิตครึ่งนึง และถ้าไปเรียนที่จีน เราก็จะได้ภาษาที่3ด้วย ส่วนเหตุผลที่ไม่ซิ่ว ตอบตามความจริงก็คือ ใจมันแป๋วไปแล้วค่ะ 555 มันเฮิร์ทมาก คือเตรียมตัวจะสอบหมอมาตั้งแต่ม.4 เมื่อความฝันมันพังทลายลงไป และเห็นว่าประเทศจีนยังคงให้โอกาศ เลยคิดว่าหันไปตั้งใจเรียน สู้ต่อไปในต่างประเทศก็ได้ ขอแค่ได้เป็นหมอก็โอเค ในเมื่อปลายทางมันเหมือนกัน (ตอนนั้นยังไม่มีรุ่นพี่ที่จบนะ) และนี่คือสาเหตุหลักๆค่าาา

หลังจากมาเรียนหมอที่จีน ดีอย่างที่คิดมั้ย?

ต้องบอกก่อนว่าตอนเขียนบทความนี้อยู่ในช่วงปิดเทอมกำลังจะขึ้นปี3เทอม2 (ซึ่งเพื่อนที่ไทยกำลังจะขึ้นปี4กัน) ดังนั้นผ่านกันเรียนมาตั้ง3ปีกับการเรียนแพทย์ที่จีน ตอนเข้ามาปี1 เป็นปีที่มหาลัยทำการเปลี่ยนหลักสูตรพอดี จาก5ปีครึ่ง เป็น 6ปี (หลักสูตรเดิมจะให้เรียนAnatomy ตั้งแต่ปี1กันเลย) ตอนเข้ามาปีแรก เลยต้องเรียนวิชาเดิมๆ พวก physics, chemistry, biology & calculus ซึ่งเนื้อหาอาจจะลึกกว่าเดิมบ้าง เพื่อปูเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาPre-clinic ต่อไปในอนาคต บางคนอาจจะบอกว่าแล้วทำไมต้องเรียนวิชาเลขอย่าง แคลคูลัสด้วยหล่ะ? แต่เราคิดว่าการเรียนเลข จะทำให้ระบบการคิดวิเคราะห์ของเราคมขึ้น เหมือนกับการลับสมอง เพราะในอนาคตการเป็นหมอ ไม่ใช่แค่จำ แต่เอาวิชาที่จำมาประยุกต์ด้วย

ปีแรกเลยผ่านไปแบบชิวๆ แต่พอเข้ามาเรียนวิชาPre-clinic ในปี2นั่น ได้ค้นพบว่า การเรียนแพทย์ที่จีนนั่นอ่อนมาก (บอกตามตรง) จะขอบอกคร่าวๆนะคะ

  1. อาจารย์เป็นคนจีนส่วนใหญ่ มีฝรั่ง3คน (จะรู้สึกแฮปปี้มาก) เท่าที่เคยเรียนมา อาจารย์ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษฟังไม่รู้เรื่อง แต่ทั้งนี้ อาจารย์ความรู้พร้อมนะ แต่เมื่อภาษามันสื่อไม่ได้ ท่านก็อาจจะให้ข้อมูลความรู้ไม่หมด และให้เราไปอ่านเองเสียส่วนมาก ซึ่งเพื่อนบางคนอ่านตามppt ของอาจารย์บ้าง (อาจารย์ออกจามสไลด์) และบางคนก็อ่านตามtextbook ที่แบกกันมา (เราไง)
  2. เนื้อหาไม่ลึกพอในppt ของอาจารย์ในบางวิชา บางวิชาก็ลึกมากกกก ลึกเกินไป ก็ต้องเข้าใจว่าอาจารย์บางคนไม่ได้เป็นแพทย์ บางคนจบวิทยามา
  3. ตารางเรียนชิวมาก (ชิวจริงๆ) ถ้าเทียบกับเพื่อนที่ไทยที่ไม่ได้เรียนหมอ ฉะนั้นคนส่วนมากไปกับการนอน กิน เล่นบ้าง เรียกได้ว่าอืด .__.
  4. ภาษาจีนไม่กระเตื้อง! หากเราไม่คิดที่จะขวนขวายหาเอง  เนื่องจากเค้าไม่ได้อัดเรียนภาษาให้เรามากมายตั้งแต่ปี1 ซึ่งไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน (อันนี้ของมหาลัยเรานะ) และเพื่อนๆในคลาสส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนา:)
  5. เมื่อขึ้นชั้นclinic ก็ยังชิวอยู่ดี เนื่องจากไม่ค่อยได้แตะคนไข้ ยกเว้น คุณมีความกระตือรือร้น ขออาจารย์ทำ พูดภาษาจีนเก่งๆ ก็ได้ทำเยอะและเยอะมากกกกกกก อาจจะมากกว่าที่ไทย (ฟังจากรุ่นพี่)

เอาเป็นว่านี่คือเหตุผลหลักๆนะ ข้อดีก็มีนะ แลบของมหาลัยเราทันสมัยมาก หากใครบางคนสนใจที่จะทำresearch ก็สามารถทำได้ตั้งแต่ป.ตรี (เราแอบสนใจแต่ไม่มีเวลา), เราจะต้องขวนขวายหาข้อมูล ศึกษาหาความรู้เอง ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เรารู้วิธีการเรียนของตนเอง:), ได้ชีวิตที่อิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยว พักผ่อน บลาๆๆ หากเราแบ่งเวลาเป็น รับรอง ไม่เครียดเหมือนแพทย์ที่ไทย แต่ก็อย่าลืมเรื่องสอบในประกอบนะ

หากคิดจะมาจีน

  1. มีพื้นฐานภาษอังกฤษในระดับพอสมควร เนื่องจากtextbookทั้งหลาย,ข้อสอบ หรือแม้แต่สอบใบประกอบโรคศิลป์ ก็ยังเป็นภาษาอังกฤษ  ดังนั้นหากมีพื้นฐานก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ไม่ต้องเหนื่อยมากนะ:D
  2. อยากเป็นหมอจริงๆ เราเห็นบางคนมาเพราะแม่ส่งมา พ่อส่งมา ไม่ได้อยากเป็นจริงๆ อย่ามาเลยรู้สึกเป็นการเสียเวลาและเสียดายเงินพ่อแม่เสียเปล่าๆ บวกกับพอเริ่มเรียนเอง ก็รู้เลยค่ะ ว่ามันหนักมากก ถ้าคุณพร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อคนอื่น เรียนหนังสือได้ตลอดเวลา เอาเลย
  3. มีไฟ มีความพยายามอยู่เสมอ 🙂 คิดว่าข้อนี้สำคัญสุดนนะ ไม่ใช่อยากเป็นอย่างเดียว เพราะการมาเรียนแพทย์ที่จีน ไม่ใช่ว่าสบายกว่าการเรียนแพทย์ที่ไทย กลับกันเหนื่อยเป็นสองเท่าเลย ไหนจะภาษาจีน ไหนจะเนื้อหาที่ต้องอ่านเอง (ที่ไทยมีอาจารย์มาคอยป้อนให้) ไหนจะตอนฝึกงาน เลยอยากให้คนที่มาเรียนช่างใจกันสักนิดก่อนมาเรียน

ส่วนคนที่เลือกที่จะมาเรียนแล้ว.. สู้ต่อไปนะ ขอให้ได้เป็นแพทย์เหมือนกันนะ:)

หวังว่าบทความนี้จะช่วยบางคนที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ 😛